ไขข้อสงสัย ทำไม ดูไบ ถึงเจริญอย่างรวดเร็ว?

ไขข้อสงสัย ทำไม ดูไบ ถึงเจริญอย่างรวดเร็ว?

ทุกคนล้วนเคยได้เห็นประเทศดูไบ ในทีวี อินเตอร์เน็ท หรือนิตยสารโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่เต็มไปด้วยตึกสูงหรูหรา ที่สร้างอยู่เรียงรายในเมืองดูไบ จริงๆแล้วเหตุผลหลักที่ทำให้ดูไบนั้นมีงบประมาณในการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วนั้น คือ น้ำมัน นั่นเอง

บ่อน้ำมัน Fateh

1996 : บ่อน้ำมัน Fateh

Fateh หรือที่เรียกว่า Fateh Oil Field คือพื้นที่การผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งประมาณ 60 ไมล์จากดูไบและอยู่ในดินแดนเอมิเรตในอ่าวเปอร์เซีย มันถูกค้นพบในปี 1966 โดยชื่อ Fateh มีพระมหากษัตริย์ของดูไบ Rashid bin Saeed Al Maktoum ทรงเป็นผู้ตั้งชื่อให้

ต่อมาในปี 1968 บริษัท คอนติเนนอล บริษัท ประกาศแผนการสร้างศูนย์จัดเก็บน้ำมันใต้น้ำ 500,000 บาเรลห์ เพื่อเก็บปิโตรเลียมสกัดจากบ่อน้ำมัน ที่เก็บใต้น้ำเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อก่อนเวลานั้นการผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งได้ถูกส่งไปยังที่เก็บบนบกและสิ่งอำนวยความสะดวกในการบรรทุกน้ำมัน

ถังเก็บใต้น้ำถังแรกนี้เรียกว่า “Khazzan” แล้วเสร็จในปี 1969 วันที่ 22 กันยายน 1969 เป็นวันแรกที่น้ำมันถูกส่งจาก Fateh ไปยังตลาดโลก และเป็นรายได้หลักของดูไบจนทำให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ท่าเรือ Jebel Ali

1979 : ท่าเรือ Jebel Ali

ปี 1972 ดูไบตัดสินใจลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญโครงการแรก คือ การสร้างท่าเรือน้ำลึก Port Rashid ให้เป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่สุดของโลก และเปิดดำเนินการในปี 1979 ทุกวันนี้ Dubai Ports World เป็นบริษัทที่บริหารท่าเรือใหญ่อันดับ 4 ของโลก และยังไปร่วมลงทุนในท่าเรือของหลายประเทศ ต่อมาในปี 1985 ดูไบได้ตั้งเขตเศรษฐกิจฟรีโซนบริเวณท่าเรือ เพื่อให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยสามารถนำเข้าแรงงานและเงินทุนได้ไม่จำกัด

สายการบินเอมิเรตส์

1985 : เปิดสารการบิน Emirates

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ปี 1985 สายการบินเอมิเรตส์ได้ให้บริการเที่ยวบินแรกจากดูไบ ด้วยเครื่องบินเพียงสองลำ ได้แก่ โบอิ้ง 737 และแอร์บัส 300 B4 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบเช่าซื้อ

ในเวลานั้นและเช่นเดียวกับในปัจจุบัน เป้าหมายของเราคือคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากก้าวเล็ก ๆ สู่สายการบินระดับภูมิภาค สายการบินเอมิเรตส์ในปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกลุ่มบริษัทด้านการเดินทางและท่องเที่ยวที่ทรงอิทธิพลทั่วโลก ทั้งด้านมาตรฐานและคุณภาพบริการระดับสูงสุดในทุกธุรกิจที่เราดำเนินงาน

ด้วยจำนวนเครื่องบินกว่า 265 ลำ ขณะนี้เราให้บริการเที่ยวบินสู่เมืองปลายทางกว่า 155 เมืองใน 80 ประเทศทั่วโลก ในแต่ละสัปดาห์ มีเที่ยวบินของเอมิเรตส์บินออกจากดูไบเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในหกทวีปกว่า 1,500 เที่ยว และเครือข่ายของเรากำลังขยายอย่างต่อเนื่อง

โรงแรม 7 ดาว Burj Al-Arab แห่งดูไบ

1999 : เปิดตัวโรงแรม 7 ดาว Burj Al-Arab

Burj Al Arab Jumeirah ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องสวีทอันหรูหราเป็นพิเศษพร้อมทิวทัศน์ทะเล ห้องอาหารขึ้นชื่อ 9 แห่ง และสปาชั้นเลิศพร้อมบริการเต็มรูปแบบ ผู้เข้าพักสามารถเดินทางมายังโรงแรมโดยใช้บริการรับส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์เฉพาะบุคคล หรือด้วยรถโรลส์-รอยซ์พร้อมพนักงานขับรถซึ่งโรงแรมมีให้บริการเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ลานระเบียงแห่งใหม่พร้อมสระว่ายน้ำ 2 สระ คาบานาอันหรูหรา 32 หลัง ห้องอาหาร และบาร์ยังทำให้โรงแรมกลายเป็นรีสอร์ทสมบูรณ์แบบ

Burj Khalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลก

2010 : Burj Khalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลกสร้างสำเร็จ

หอคอยเคาะลีฟะฮ์ หรือ บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ถูกออกแบบโดยสถาปนิก เอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโก สำนักงานสถาปนิก เอสโอเอ็ม โดยมีจอร์จ เอฟสตาทิวแห่งเอสโอเอ็มเป็นผู้บริหารโครงการ เอเดรียน สมิทที่เคยอยู่กับเอสโอเอ็มมาก่อนเป็นผู้ร่วมออกแบบ วิศวกรโครงสร้างของตึกคือบิลล์ เบเกอร์ โดยมีบริษัทออกแบบภายนอกชื่อ ซีบีเอ็ม เอนจิเนียร์ได้รับการว่าจ้างเป็นผู้กำกับดูแล (Third Party Peer Review) โดยมีความสูงประมาณ 828 เมตร และเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 546 เมตร แซงตึกไทเป 101 เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป 101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก 2 218 เมตร)

จากการค้นพบบ่อน้ำมัน และการวางแผนพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ ทำให้ปัจจุบันรายได้น้ำมันนั้นเป็นเพียงรายได้ส่วนเล็กๆของรายได้ทั้งหมดของประเทศดูไบ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งจะเห็นได้ว่าการนำเงินไปพัฒนาต่อยอดประเทศในการส่งเสริมสาธารณูปโภคและการท่องเที่ยวจนเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ทำให้ประเทศเกิดความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน และทำให้ประชาชนมีความสุข

อยากไปเที่ยวดูไบก็ต้องจองตั๋วเครื่องบิน แต่ถ้าอยากดูใบ ลุ้นใบ ก็มาลองลุ้นกับเราได้ที่ W88 เครดิตฟรี

Close Menu